ReadyPlanet.com
dot

dot
dot
dot
bulletกิจกรรมสำนักงานบัญชี
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 6 คน
dot
dot

dot
ยังไม่มีสมาชิกใหม่ในขณะนี้


ตะแกรงเหล็กฉีกสตีลเมทัล
http://www.smlaudit.com/SMLaudit.html


ประเด็นหน้าที่ทางอากรแสตมป์

 ประเด็นหน้าที่ทางอากรแสตมป์

Stamp duty

(อากรแสตมป์ตามหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร)

 

รายการ

เนื้อหา

บทบัญญัติ

อนุบัญญัติ

1. หลักการของกฎหมาย

     อากรแสตมป์

     (SD Principle)

1.1 อากรแสตมป์มุ่งจัดเก็บจากการกระทำตราสารทางกฎหมายธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันกำหนดให้มีตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์จำนวนทั้งสิ้น 28 ลักษณะ ตามที่ปรากฏในช่อง ลักษณะตราสารของบัญชีอากรแสตมป์ โดยต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น

      "กระทำ" เมื่อใช้เกี่ยวกับตราสาร หมายความว่า การลงลายมือชื่อตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 104

 

 

 

มาตรา 103

 

 

1.2 ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีอากรแสตมป์และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

มาตรา 118

 

 

1.3 ห้ามมิให้เจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลลงนามรับรู้ ยอมให้ทำ หรือบันทึกไว้ ซึ่งตราสารดังต่อไปนี้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีอากรแสตมป์และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

·    ตราสารซึ่งเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลต้องลงนามหรือรับรู้

·    ตราสารซึ่งต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาล

·    ตราสารซึ่งต้องให้เจ้าพนักงานรัฐบาลหรือเทศบาลลงบันทึก

มาตรา 119

 

 

1.4 อากรแสตมป์ไม่ใช่ภาษีอากรประเมิน จึงไม่ต้องนำบทบัญญัติตามหมวด 2 ว่าด้วยวิธีการเกี่ยวแก่ภาษีอากรประเมิน ตั้งแต่มาตรา 14 ถึงมาตรา 37 ทวิ มาใช้บังคับ

      กรณีผู้ถูกเรียกเก็บเงินอากรและเงินเพิ่มอากรจะอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายตรวจอากรแสตมป์ก็ได้ โดยให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามมาตรา 28 ถึงมาตรา 34 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 115

และมาตรา 123 ตรี

 

2. ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์และผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์

2.1 ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ ได้แก่

      (1) ผู้ที่ถูกกำหนดไว้ในช่อง ผู้ที่ต้องเสียอากรของบัญชีอัตราอากรแสตมป์

      (2) กรณีตราสารที่ต้องเสียอากรได้ทำขึ้นนอกประเทศไทยให้เป็นหน้าที่ของผู้ทรงตราสารคนแรกในประเทศไทยต้องเสียอากร โดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับตราสารนั้น ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ให้ถือว่าเป็นตราสารที่มิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์

      (3) ผู้ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ ได้แก่รัฐบาล เจ้าพนักงานผู้กระทำงานของรัฐบาลโดยหน้าที่ บุคคลผู้กระทำการในนามของรัฐบาล องค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น สภากาชาดไทย วัดวาอาราม และองค์การศาสนาใด ๆ ในราชอาณาจักรซึ่งเป็นนิติบุคคล แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้ใช้แก่องค์การของรัฐบาลที่ใช้ทุนหรือทุนหมุนเวียนเพื่อประกอบการพาณิชย์ หรือการพาณิชย์ซึ่งองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดทำ

 

มาตรา 107

 

มาตรา 111

 

 

 

 

มาตรา 121

 

 

2.2 ผู้ที่ต้องขีดฆ่าแสตมป์ ได้แก่ ผู้ที่ถูกกำหนดไว้ในช่อง ผู้ที่ต้องขีดฆ่าอากรแสตมป์ของบัญชีอัตราอากรแสตมป์

      ถ้าผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าเขียนหนังสือไม่เป็น จะให้ผู้อื่นเขียนวันเดือนปีแทนก็ได้  

      ถ้าผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าไม่ยอมขีดฆ่า หรือไม่มีตัวอยู่ที่จะทำการขีดฆ่าได้ ให้ผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ขีดฆ่าแทนได้

มาตรา 107

 

 

2.3 ข้อพิจารณาเกี่ยวกับตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์

 

 

 

      (1) การกระทำตราสารหลายลักษณะ

            ถ้าทำตราสารหลายลักษณะตามที่ระบุในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ บนกระดาษแผ่นเดียวกัน หรือเป็นฉบับเดียวกัน เช่น เช่าและกู้ยืมเงินรวมกันไว้ หรือทำตราสารลักษณะเดียวกันหลายเรื่องบนกระดาษแผ่นเดียวกัน หรือเป็นฉบับเดียวกัน เช่น ขายของสิ่งหนึ่งให้แก่คนหนึ่ง และขายอีกสิ่งหนึ่งให้แก่อีกคนหนึ่ง ซึ่งตามสภาพควรจะแยกกัน ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ให้ครบทุกลักษณะหรือทุกเรื่อง โดยปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นรายตราสารแยกไว้ให้ปรากฏว่าตราสารใดอยู่ที่ใด และแสตมป์ดวงใดสำหรับตราสารลักษณะหรือเรื่องใด

มาตรา 108

 

 

      (2) การเสียอากรแสตมป์ในตราสาร ที่เกิดขึ้นโดยมีหนังสือโต้ตอบกัน

              สัญญาใดเป็นตราสารซึ่งเกิดขึ้นโดยมีหนังสือโต้ตอบกันและมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าหนังสือฉบับหนึ่งฉบับใดที่จำเป็นในการทำให้เกิดสัญญานั้นขึ้นได้ปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าแสตมป์แล้วให้ถือว่าสัญญานั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว

มาตรา 110

 

 

      (3) การเสียอากรสำหรับคู่ฉบับหรือคู่ฉีกตราสาร

              คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสารใด แม้จะได้ปิดแสตมป์สำหรับคู่ฉบับหรือคู่ฉีกนั้นตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้แล้วก็ดี ถ้ามิได้นำตราสารต้นฉบับหรือพยานหลักฐานมาแสดงให้เป็นที่พอใจว่าตราสารต้นฉบับนั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว มิให้ถือว่าคู่ฉบับหรือคู่ฉีกนั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรสำหรับตราสารต้นฉบับและขีดฆ่าแล้ว

มาตรา 110

 

 

      (4) การใช้สิทธิไล่เบี้ยค่าอากรกรณีตั๋วเงิน

            ถ้าตั๋วเงินที่ยื่นให้ชำระเงินมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้รับตั๋วจะเสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่า และใช้สิทธิไล่เบี้ยจากผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือหักค่าอากรจากเงินที่จะชำระก็ได้

มาตรา 112

 

3. วิธีการคำนวณอากรแสตมป์

·    ให้นำรายการที่ปรากฏในช่อง ค่าอากรแสตมป์ ของบัญชีอัตราอากรแสตมป์ มาคำนวณตามมูลค่าแห่งตราสาร เว้นแต่กรณีอัตราอากรแสตมป์กำหนดเป็นอัตราคงที่

บัญชีอากรแสตมป์

 

 

ลักษณะแห่งตราสาร                                             

ค่าอากรแสตมป์       

 

 

1. เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือแพ
  ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของเงิน 1,000 บาท แห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า                       

 

 

1 บาท        <